Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า?

ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด

จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย

การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ 

อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ แต่เราเชื่อว่าการให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดี ช่วยหล่อหลอมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพเป็นสิ่งที่แม่มอบให้ลูกได้ 

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับกระบวนการ Allostasis ที่จะพาไปคำตอบว่าทำไมแม่ถึงคิดไปไกลเสมอ

สมองออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต

สมองของเราออกแบบมาเพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ร่างกายเตรียมให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ กระบวนการเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Allostasis”

เนื่องจากสมองจะจดจำเรื่องราวจะในอดีตและปัจจุบันแล้วนำมาเตือนร่างกายให้ป้องกันภัยไว้ เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนหกล้ม หรือแม่อาจจะเห็นลูกวิ่งไปกลางถนน จึงรับเอามาคว้าตัวลูกไว้ 

สมองของเราไม่ได้รอคอยตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สมองรับรู้ว่าเราจะรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตรงหน้ายังไงนั่นเองค่ะ

วิธียับยั้งไม่ให้แม่คิดไปไกล

1. มองโลกในความเป็นจริง บางทีการมองสถานการณ์ความเป็นจริงตรงหน้าว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้างและอะไรยังไม่เกิดขึ้น แยกแยะออกว่าสถานการณ์ไหนเกิดขึ้นจริงและสถานการณ์ไหนที่เรากังวลมากเกินไป อาจจะทำให้ความกังวลลดน้อยลงค่ะ

2. ให้ความมั่นใจแก่ลูก หากแม่ทำให้ลูกมั่นใจในตัวเอง ก็จะมั่นใจในตัวลูกมากขึ้นและทำให้ความกังวลลดลง

3. ปรึกษาคนที่มีความรู้ คนเคยเป็นแม่มาก่อน หรือคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะได้แนะนำวิธีที่ถูกต้อง อาจทำให้ความกังวลลดลง

4. เข้าใจว่าเราไม่สามารถควบคุม เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด เพราะในชีวิตจริงของคนเราจะมีทั้งสิ่งที่เราควบคุมได้และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราจึงต้องแยกให้ออก ว่าสิ่งไหนเราสามารถแก้ปัญหาได้ หรือสิ่งไหนที่เราควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าเราแยกได้ความกังวลของเราอาจจะลดลงค่ะ

เพราะเป็นแม่จึงต้องคิดไปไกลเสมอ

หากถามว่าแม่ ทำไมต้องคิดเยอะ คิดมากกังวลไปหมดไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไร เป็นสิ่งสำคัญเพราะแม่บางคนคิดไว้ตั้งแต่อยู่ในท้อง เพราะอยากให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

รวมถึงคิดถึงเรื่องความปลอดภัยและพัฒนาการ เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดเวลา การให้ลูกอยู่ทั้งกลางธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว เพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์ ส่งผลให้มีสุขภาพดี

หลายครั้งที่ความรัก ความห่วงใย ความใส่ใจของแม่ ถูกคนอื่นมองว่าคิดมากเกินไปแต่สำหรับแม่ คือการเตรียมพร้อมและมองการณ์ไกลในสิ่งที่ลูกหรือคนอื่นๆ ยังมองไม่เห็น

เพราะการให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดี ช่วยหล่อหลอมให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นสิ่งที่แม่มอบให้ลูกได้ แม่จึงต้องคิดอย่างดีที่สุด เพื่ออนาคตของลูก

การที่แม่คิดไปไกล นั่นก็เพราะความรักความเป็นห่วง และอยากให้ลูกเติบโตมาอย่างมีความสุข ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม่จึงอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรัก นั่นแหละที่ทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลกว่าคนอื่น


Source

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5390700/ 

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4480197/ 

American Psychological Association

 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Obstructive Sleep Apnea

รู้ไหม แค่นอนกรน…อาจเสี่ยงหยุดหายใจได้

ใครเป็นแบบนี้บ้าง! แค่นอนกรน เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากกว่าที่คิด มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการกรนเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่ความจริงแล้วการนอนกรนอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด บางคนอาจจะพูดถึงการกรนในเรื่องของเสียงรบกวนเวลานอนหลับในตอนกลางคืนสำหรับคนที่ต้องนอนร่วมกัน แต่การกรนอาจเป็นการส่งสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นหรือ “Obstructive Sleep Apnea” ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เลยค่ะ การนอนกรนเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการอดนอน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การตั้งครรภ์ อาการคัดจมูกหรืออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อทางเดินหายใจ อาจมีการหย่อนตัวลงทำให้ปิดทางเดินหายใจ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการ กรนอาจจะเกิดชั่วคราวหรือในระยะยาวก็ได้